Savebutterfly Webboard
ตุลาคม 20, 2017, 08:35:58 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาลัย จารุจินต์ นภีตะภัฏ นักธรรมชาติวิทยาคนสำคัญของประเทศไทย  (อ่าน 10004 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
Administrator
ผีเสื้อขั้นเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10480



เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 28, 2008, 04:07:47 PM »

         ดร.จารุจินต์ นภีตะภัฏ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช. และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. อำลาโลกด้วยวัย 58 ปี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญด้านธรรมชาติวิทยา และงานด้านอนุกรมวิธานสัตว์ของประเทศไทยไปอย่างน่าเสียดาย โดยทิ้งผลงานเขียนชิ้นสุดท้าย หนังสือพจนานุกรมสัตว์ไทย ให้คนรุ่นหลังได้สานต่อ
         ดร.จารุจินต์เป็นผู้ที่ชอบสัตว์มากโดยเฉพาะแมลงที่ชอบมาตั้งแต่เล็ก ตอนเด็กๆ เขามักแอบนำเอากิ้งกือ จิ้งหรีด ใส่กระเป๋าเข้าบ้านเป็นประจำจนแม่ต้องคอยตรวจค้นอยู่เสมอ เมื่อเรียนในระดับอุดมศึกษาจึงได้เลือกเรียนกีฏวิทยา(ศาสตร์วิชาเกี่ยวกับแมลง)เป็นวิชาเอกที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนจบปริญญาโท และช่วงที่เรียนปริญญาโทนี้เองที่เขามีโอกาสมาช่วยงาน นพ. บุญส่ง เลขะกุล นักบุกเบิกงานอนุรักษ์สัตว์ป่าของเมืองไทย โดยได้ร่วมเขียนหนังสือคู่มือผีเสื้อประเทศไทย และหนังสือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
         ต่อมาได้มาทำงานที่ศูนย์รวบรวมวัสดุอุเทศก์ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมีหน้าที่ในการสำรวจและศึกษาวิจัยสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ในประเทศไทย ทำอนุกรมวิธานลักษณะงานนั้นจะเหมือนกับงานในพิพิธภัณฑ์ คือทำงานทั้งในส่วนของวิจัยและจัดแสดง ดร.จารุจินต์ได้ทำงานที่นี่กว่า 20 ปี ทำให้สะสมความรู้และประสบการณ์มากมายพอๆกับการเก็บตัวอย่างสัตว์ต่างๆ ของไทย ซึ่งเขาใฝ่ฝันว่าจะนำตัวอย่างสัตว์เหล่านี้มาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่ต้องการจะจัดตั้งขึ้นให้สำเร็จและให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังคำที่เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารอัพเดท ฉบับ 129 เดือนมีนาคม 2540 ไว้ว่า “ผมรวบรวมตัวอย่างสัตว์ไม่ต่ำกว่า 5,000 ชนิด นี่ไม่เยอะนะ นกบ้านเรามีอยู่ประมาณ 900 กว่าชนิด ผมมีแล้วประมาณ 500 กว่าชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมี 200 กว่าชนิด ผมมีแล้ว 100 กว่าชนิด นอกจากนี้ก็มีสัตว์สะเทินบกสะเทินน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน แมลง ...
         ผมต้องการให้เราเป็นหนึ่งทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในอนาคต เราจะสร้างพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสัตว์ในบริเวณนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์กลางในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด นี่เป็นความฝันในชีวิต ”
         มาถึงวันนี้ความฝันของดร.จารุจินต์ ได้เป็นจริงแล้วระดับหนึ่ง นั่นคือประเทศไทยได้มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ในสังกัดขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) โดยมีดร.จารุจินต์เป็นผู้อำนวยการ
         นอกจากนี้ ดร.จารุจินต์ ยังได้สะท้อนมุมมองและความมุ่งมั่นในการพัฒนางานด้านอนุกรมวิธานในประเทศไทยอย่างชัดเจนไว้ว่า “ผมจะสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่านักอนุกรมวิธาน ซึ่งคนที่สนใจทางด้านนี้จะหายากที่สุดในโลกเลย ทุกวันนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยคนไหนมีลูกศิษย์เก่งๆ ผมจะพยายามขอตัวมาทำงานกับผม”
อย่างไรก็ดี ดร.จารุจินต์ ไม่เพียงเป็นนักธรรมชาติวิทยา นักอนุกรมวิธาน นักอนุรักษ์ แล้วในบทบาทของนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องด้วยบุคลิกที่เป็นคนร่าเริง เป็นมิตร คุยสนุก แฝงด้วยความตลก ประกอบกับความรอบรู้รอบด้าน ทำให้เขาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างน่าประทับใจแก่ผู้ที่มีโอกาสได้พบหรือฟังการบรรยาย ตัวอย่างที่สะท้อนถึงบุคลิกดังกล่าวได้ดี ดังบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งในนิตยสาร a day ฉบับที่ 96 เดือนสิงหาคม 2551 ซึ่งน่าจะเป็นบทสัมภาษณ์ชิ้นสุดท้ายที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยบทสัมภาษณ์ได้กล่าวเน้นถึงงานที่จารุจินต์มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการศึกษาสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า “ตัวเงินตัวทอง” ซึ่งก็คือ “***” นั่นเอง ซึ่งเขาได้กล่าวว่า “ถ้าผมเป็นตัว*** จะฟ้องร้องมนุษย์ด้วยซ้ำ โทษฐานที่นำชื่อไปตั้งเป็นคำหยาบ ฟ้องหมิ่นประมาทได้เลยนะเนี่ย”
         และตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ได้เขียนถึงเขาไว้ราวกับเป็นการไว้อาลัยด้วยประโยคที่ว่า “ใครหลายคนบอกว่า ดร.จารุจินต์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ห้ามตาย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นองค์ความรู้ที่นับไม่ได้จะสลายไปในที่สุด” ...และวันนี้ประเทศไทยของเราก็สูญเสียบุคลากรคนสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นพหูสูตรด้านธรรมชาติวิทยาไปแล้วจริงๆ เขาจากไปอย่างกะทันหันจนคนรุ่นหลังตั้งตัวไม่ทันกับการรวบรวมประสบการณ์และองค์ความรู้ที่มีมากมายจากตัวเขาให้ได้มากกว่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างเต็มที่
         ทุกวันนี้เขาอยากให้อนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติกันทำไมรู้มั้ย เพราะมันเป็นตัวชี้ว่าเราจะอยู่หรือจะไป ตราบใดที่เราเห็นนกบินในท้องฟ้า เราก็สบายใจได้ ถ้านกเกลี้ยงฟ้าเมื่อไหร่ คุณก็เตรียมตัวตายได้ วันนี้นกอาจจะตาย แต่วันหน้าคนอาจตายเหมือนกัน...”
         คำกล่าวที่เป็นเสมือนคำเตือนใจให้แก่ประชาชน คนทำงานด้านอนุกรมวิธานและธรรมชาติวิทยารุ่นหลังได้รำลึกและสานต่ออุดมการณ์ของเขาต่อไป ขอสดุดีและไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนักธรรมชาติวิทยาชั้นนำของเมืองไทย... ดร.จารุจินต์ นภีตะภัฏ

ที่มา http://www.ryt9.com/news/2008-09-15/43250575/

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง http://www.savebutterfly.com/forums/index.php?topic=516.0
บันทึกการเข้า
puripat
ดักแด้
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 175



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2011, 11:29:38 AM »

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000011648  ความคืบหน้า คด๊ อ.จารุจินต์ นภีตะภัฏ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!